บทที่ 2 แต่งงานกันไหม (2)
รมณจัดดอกไม้ไปก็แอบมองลูกค้าหนุ่มเป็นระยะ ๆ เพราะกลัวลูกค้าไม่พอใจที่ต้องรอดอกไม้จากเธอ เมื่อใกล้จัดดอกไม้เสร็จก็ต้องโดนขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์เรียกเข้าของตัวเอง
Rrrrrr……........
รมณหันไปหยิบหูฟังไร้สายมาใส่ไว้ในหูตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะกดรับสายพร้อมจัดดอกไม้ต่อไปด้วย “ค่ะ”
(หนูยุ่งอยู่ไหมคะ) เสียงหนาของผู้ชายวัยกลางคนลอดผ่านมาทางสายโทรศัพท์
“ไม่ค่ะคุยได้” รมณถอนหายใจเบา ๆ ที่บิดาถามคำถามอย่างเกรงใจ “พ่อมีอะไร”
(ปีใหม่หนูจะกลับบ้านไหมคะ)
“ขอคิดดูก่อนนะคะ” รมณเป็นสาวมั่นที่ออกไปทางห้าวหาญ เธอเป็นตัวของตัวเองมีความมั่นใจในตัวเองสูง ตัดสินใจเด็ดขาด เรื่องอะไรที่อยากทำก็จะมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ หลังประสบความสำเร็จเรื่องหนักใจอีกเรื่องก็ตามมาจนเป็นเหตุให้เธอกลัวการกลับบ้าน
รมณเป็นสาวน้อยจากเมืองเหนือมีบิดาเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิดเพราะมารดาเสียชีวิตจากการคลอดเธอ บิดาทั้งรักและทะนุถนอม เป็นทั้งพ่อและแม่อย่างอบอุ่น ที่บ้านคุณปู่ของเธอมีลูก 3 คน บิดาเป็นลูกคนกลาง มีพี่ชายและน้องสาว
หลังคุณปู่เสียบิดาได้รับมรดกเป็นไร่ดอกไม้ และมีไร่ผลไม้ข้างๆที่เป็นของคุณลุงเธอ ส่วนคุณอาหญิงได้รับเป็นไร่เปล่าฝั่งตรงข้ามท่านจึงสร้างรีสอร์ตขึ้นมา
ตั้งแต่เล็กจนโตเธอโดนเลี้ยงจากผู้เป็นป้าสะใภ้ให้กลายเป็นเจ้าหญิง แต่ก็โตมากลับพี่ชายลูกพี่ลูกน้องสามคนจึงมีนิสัยห้าวหาญ กล้าได้กล้าเสีย ออกจะลุย ๆ สักหน่อย แถมคณะที่เรียนจบมาก็เป็นสถาปัตยกรรม ที่เปิดร้านดอกไม้ก็เพราะซึมซับมาตั้งแต่เด็กเลยชอบออกแบบทั้งช่อดอกไม้และตกแต่งสวนนอกสถานที่
ตอนนี้ปัญหาหนักใจของเธอคือพี่ชายทั้งหลายทรยศเธอ คนโตลูกลุงชอบผู้ชาย คนรองลูกลุงยังไม่เลือกเพศที่ชอบ แต่ถ้าใครมากระตุ้นก็จะไปสายคนโตทันที ส่วนคนสุดท้ายลูกชายอาหญิงชอบชีวิตโสดไม่อยากแต่งงาน เมื่อป้าสะใภ้ที่กลัวทายาทรุ่นต่อไปไม่ได้เกิด วงศ์ตระกูลล่มสลายมรดกของตระกูลจะไม่มีผู้สืบทอด ท่านจึงมุ่งเป้าหมายมาที่รมณสุดกำลัง
“พ่อเป็นอะไรหรือเปล่า”
(หนูก็อายุเยอะแล้ว ควรมีครอบครัวได้แล้วนะ) พ่อเลี้ยงธานินทร์คิดว่าถ้าลูกสาวแต่งงานกับคนในจังหวัดลูกสาวจะยอมกลับมาอยู่บ้านด้วยถาวร
“ใครเป่าหูมาคะ” รมณถอยหายใจยาวเมื่อบิดากำลังเริ่มเรื่องจัดหารคู่ครองให้เธอ
(เอ่อ) พ่อเลี้ยงธานินทร์อึกอัก ก่อนจะกระซิบเสียงอ่อย (ป้าสะใภ้หนูเขาเจอคนดีๆ อยากให้หนูรู้จัก)
พ่อเลี้ยงธานินทร์ให้กำลังใจตัวเองก่อนจะเพิ่มระดับเสียงสนทนาระหว่างลูกสาวให้ดังขึ้นกว่าปกติ (หล่อ รวย การศึกษาดี)
“หนูไม่ชอบแบบนั้นค่ะ” รมณไม่จำเป็นต้องคิดเยอะเพราะระดับป้าสะใภ้ของเธอคงเลือกสามีให้เธอจากฐานะเท่านั้น ถึงอย่างอื่นจะติดลบท่านก็ยังคงมองว่าดีตามเคย
(อย่าพึ่งปฏิเสธสิคะ เผื่อหนูมาเจอแล้วอาจจะชอบก็ได้)
“ไม่มีทาง” รมณยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง โดยเธอไม่ได้สังเกตเลยว่าตอนนี้กำลังมีคนแอบฟังบทสนทนาของเธออยู่
ตั้งแต่เกิดมาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรเสียมารยาทแอบขยับเก้าอี้ไปใกล้เคาน์เตอร์จัดดอกไม้ของรมณพร้อมเอียงหูฟังการสนทนาไปด้วย
(น่านะ ปีใหม่นี้หนูกลับบ้านเราเถอะนะ พ่อคิดถึง) พ่อเลี้ยงธานินทร์เริ่มใช้ลูกอ้อน อ้อนวอนให้ลูกสาวคนเดียวของท่านกลับบ้าน
“ขอคิดดูก่อนนะคะ” รมณเริ่มลังเลใจเพราะป้าสะใภ้ชอบคะยั้นคะยอเรื่องคนรักและการแต่งงานหลังเรียนจบเธอถึงหนีมาตั้งร้านไกลถึงกรุงเทพฯ ทำให้น้อยครั้งที่เธอจะกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่เชียงราย
(ถ้าหนูไม่อยากให้ป้ามะลิมาวุ่นวาย หนูก็พาคนรักมาด้วยสิคะ)
“……..” หม่อนหลวงคิณณ์ณภัทรรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที เขาคิดอยากจะอยากเสนอตัวเอง เพราะอันที่จริงวันนี้ที่ออกจากบ้านเร็วเนื่องจากโดนเร่งรัดเรื่องแต่งงานเช่นกัน
“แค่นี้นะคะ” รมณตัดสายอย่างเหนื่อยใจพร้อมบ่นออกมาเบา ๆ “จะไปหาที่ไหนทันกัน”
“...........” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรยืดอกขึ้นเขารู้สึกอยากเสนอตัวเองจริงๆ
“ได้แล้วค่ะ”
“ครับ” คิณณ์ณภัทร์ยืนบัตรเครดิตสีดำไปตรงหน้ารมณเพื่อให้เธอรูดได้เองตามราคาของช่อดอกไม้
“เรียบร้อยค่ะ”
“คุณยินดีมีปัญหากับที่บ้านหรือครับ”
“คะ?”
“สายเมื่อกี้” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรรู้สึกเขินอายที่ต้องแสดงตัวว่าตัวเองเสียมารยาทที่แอบฟังบทสนทนาของคนอื่น
“อ้อ” รมณยิ้มเล็กน้อยพร้อมยักไหล่ “เรื่องปกติค่ะ คนแกขี้เหงาอยากให้ลูกหลานเป็นฝังเป็นฝา”
“เหมือนผมเลยครับ”
“เฮ้อ” รมณมองหน้าหม่อมหลวงหนุ่มอย่างเห็นใจ เธอเจอคนหัวอกเดียวกันแล้ว
“เราแต่งงานกันไหมครับ”
“…!!!…” รมณยืนนิ่ง ร่างกายรู้สึกชาไปทั้งตัว
พนักงานสาวในร้านที่แอบฟัง “...!!!...”
